วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 5

ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 5


5. การประเมินผลการเรียนรู้และการประเมินหลักสูตรมีแนวคิด วิธีการ อย่างไร เพื่อที่จะทราบว่าหลักสูตรนี้บรรลุจุดมุ่งหมายตามที่กำหนดไว้หรือไม่

การประเมินผลหลักสูตร เป็นการตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรว่ามีคุณภาพและสอดคล้องกับจุดประสงค์ที่วางไว้หรือไม่อย่างไร มีความบกพร่องในส่วนใดที่จะต้องแก้ไข เพื่อที่จะนำผลการประเมินมานั้นมาปรับปรุงหลักสูตรให้ได้หลักสูตรที่มีคุณภาพต่อไป      
สำหรับการประเมินผลมีแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน ดังนี้
                การประเมินนั้นได้รับอิทธิพลมาจาก Tylor โดยตรงจากการที่เขาได้ทำแบบประเมินโครงการมัธยมศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา และต่อมารูปแบบการประเมินหลักสูตรก็ได้ขยายขอบเขตออกไปอย่างกว้างขวาง ต่อมา Stufflebeam และคณะได้เสนอแนวคิดแบบ CIPP Model สำหรับการประเมินบริบท ปัจจัยเบื้องต้น กระบวนการและผลผลิต เพื่อช่วยผู้บริหารในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเลือกเป้าหมายและจุดมุ่งหมายการดำเนินงาน การเลือกยุทธวิธี แผนงาน และการดำเนินงานและการตัดสินใจปรับเปลี่ยนงาน ให้มีความเหมาะสม  
รูปแบบการประเมินหลักสูตร มีนักวิชาการได้ให้ความคิดเห็นการประเมินไว้ ดังนี้
1.             รูปแบบของ Tylor เป็นรูปแบบการประเมินที่ยึดจุดมุ่งหมายเป็นหลัก โดยศึกษาจากความสัมพันธ์ของ 3 องค์ประกอบ คือ จุดมุ่งหมายของการศึกษา ประสบการณ์การเรียนรู้ที่จัดให้แก่ผู้เรียน และผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นแก่ผู้เรียน
2.             รูปแบบของสตัฟเฟิลบีม เป็นรูปแบบการประเมินที่มีความครอบคลุมมากที่สุด เป็นการประเมินหลักสูตรทั้งระบบ เรียกว่าการประเมินแบบซิป หรือ ซิปโมเดล (CIPP Model)
ยกตัวอย่างการประเมินหลักสูตรแบบ CIPP Model รูปแบบการประเมินของ Stufflebeam ซึ่งเป็นรูปแบบการประเมินที่เน้นการตัดสินใจ เป็นรูปแบบที่มุ่งให้ได้มาซึ่งข้อมูลและข่าวสารต่าง ๆ เพื่อช่วยในการตัดสินใจคัดสรรทางเลือกต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง รูปแบบการประเมินที่เป็นที่นิยมในการประเมินเรื่องต่างๆแม้กระทั้งในวงการศึกษาไทย ได้นำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย 
1.การประเมินด้านสภาพแวดล้อม (Context Evaluation) เป็นการประเมินที่มีจุดหมายเพื่อให้ได้หลักการและเหตุผลมากำหนดจุดมุ่งหมายการประเมินสภาพแวดล้อมจะช่วยให้ผู้พัฒนาหลักสูตรรู้ว่า สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวกับการจัดการศึกษามีอะไรบ้าง สภาพการณ์ที่คาดหวังกับสภาพแวดล้อมนั้นที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร มีความต้องการหรือปัญหาอะไรที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองหรือแก้ไข  เช่น การนำหลักสูตรไปประเมินโดยดูจากจุดมุ่งหมายและครอบคลุมนโยบายของโรงเรียน ความต้องการของผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอน  คณะกรรมการบริหารโรงเรียน ผู้ปกครองและตัวนักเรียน  แผน วิสัยทัศน์ จุดหมาย โครงสร้างหลักสูตร
2.การประเมินปัจจัยหรือตัวป้อน (Input Evaluation) เป็นการประเมินที่มีจุดหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลมาตัดสินใจว่าจะใช้ทรัพยากรหรือสรรพกำลังต่างๆ ที่มีอยู่เพื่อให้ได้บรรลุผลตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรได้อย่างไร จะขอความช่วยเหลือด้านทรัพยากรและสรรพกำลังจากภายนอกดีหรือไม่ อย่างไร ประเด็นการประเมินจะครอบคลุมเกี่ยวกับงบประมาณ อาคารสถานที่ คุณลักษณะ คุณวุฒิ คุณสมบัติ ประสบการณ์ของผู้บริหาร ผู้สอน จำนวนคุณภาพของผู้เรียน พื้นฐานความรู้ผู้เรียน สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ หนังสือตำรา เอกสารหลักสูตร การสนับสนุนส่งเสริมของคณะกรรมการบริหารหลักสูตร เวลาและช่วงเวลา เป็นต้น
การประเมินหลักสูตรในด้านปัจจัยนี้  จะคำนึงถึงการใช้สื่อว่ามีความเหมาะสมกับตัวผู้เรียนหรือไม่ และโรงเรียนมีอุปกรณ์หรือสถานที่ ที่เอื้ออำนวยในการให้สื่อนั้นได้นำไปใช้อย่างคุ้มค่า อย่างไร เ
เช่น  การจัดเนื้อหาสาระการสอน การประเมินใบงาน เอกสารผู้เรียน
3.การประเมินด้านกระบวนการหรือผลผลิต (Process Evaluation) เป็นการประเมินที่มีจุดหมายเพื่อดูว่ามีจุดเด่น หรือจุดด้อยที่ควรนำมาพัฒนาของรูปแบบการดำเนินงานตามหลักสูตรอย่างไร เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกวิธีการต่อไป ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องมีการจดบันทึกผลประเมินกระบวนการนั้นจำเป็นต้องมีการประเมินที่หลากหลายทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ประเด็นการประเมินครอบคลุม เกี่ยวกับการบริหารจัดการหลักสูตร การนิเทศ การกำกับติดตาม การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล และการประกันคุณภาพการศึกษา เป็นต้น
เช่น การประเมินขั้นกระบวนการของหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน วัดบ้านโป่ง สามัคคีคุณูปถัมภ์ อยู่ในระดับที่ดี ครูมีพฤติกรรมการสอนที่ดีมีความสามารถ เพราะมีกระบวนการดำเนินงาน ดังนี้  การจัดครูเข้าสอนตรงตามความรู้ความสามารถ  การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เช่น ครูได้ดำเนินการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน มีการจัดเนื้อหาให้กระตุ้นความสนใจของผู้เรียน  การจัดเนื้อหาเป็นไปตามลำดับการเรียนรู้และพัฒนาการทางสติปัญญาของผู้เรียน  การจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน  การส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ เป็นต้น ซึ่งหากกระบวนการได้รับการวางแผนที่ดี มีความร่วมมือจากบุคคลหลากหลายฝ่าย ก็จะส่งเสริมสัมฤทธิผลของผู้เรียนได้และช่วยให้หลักสูตรบรรลุเป้าประสงค์ได้
4.การประเมินผลผลิต (Product Evaluation) มีจุดมุ่งหมายที่จะนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตรวจสอบผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรที่คาดหวังไว้หรือไม่ ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ ความสามารถ สมรรถนะ คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ รวมทั้งความสามารถนำความรู้เหล่านั้นไปปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ซึ่งประเด็นการประเมินจะครอบคลุมเกี่ยวกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผลการเรียนรู้ สัมฤทธิผลทางการเรียน และความสามารถในการนำไปใช้งาน
เช่น การประเมินสัมฤทธิผลทางการเรียนของผู้เรียนในรายวิชานั้นๆ โดย กระบวนการทดสอบ สอบถาม หรือ ดูจากกการวัดผลทางการศึกษาแห่งชาติ  บางโรงเรียนก็จะอิงคะแนนราบวิชา คะแนนการสอบระดับชาติ หรือ NT บ้างก็ประเมินจากการสอบเข้าระดับอุดมศึกษา เป็นต้น

ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 4

4. การนำหลักสูตรไปใช้มีนักการศึกษาใดหรือใครที่เสนอแนะไว้ว่าควรคำนึงถึงปัจจัยใดบ้าง อย่างไร

การนำหลักสูตรไปใช้ก็ควรจะเป็นวิธีการปฏิบัติการที่มีหลักเกณฑ์ และมีกระบวนการปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพ พอที่จะมั่นใจได้ว่า  หลักสูตรที่ได้สร้างขึ้นนั้น จะมีโอกาสนำไปปฏิบัติจริงๆอย่างแน่นอน  นักการศึกษาต่างให้ทัศนะซึ่งเป็นแนวคิดในการนำหลักสูตรไปใช้ดังนี้
·       โบแชมป์ (Beauchamp,1975.164-169)  กล่าวว่า  สิ่งแรกที่ควรทำ คือ  การจัดสภาพแวดล้อมของโรงเรียน  ครูผู้นำหลักสูตรไปใช้มีหน้าที่แปลงหลักสูตรไปสู่การสอน  โดยใช้หลักสูตรเป็นหลักในการพัฒนากลวิธีการสอน   สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการนำหลักสูตรไปใช้ให้เห็นผลตามเป้าหมาย คือ ครูผู้สอนควรมีส่วนร่วมในการร่างหลักสูตร ผู้บริหาร ครูใหญ่ต้องเห็นความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จ
·     ธำรง บัวศรี (2504.165-195)  ได้สรุปชี้ให้เห็นปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จของการนำหลักสูตรไปใช้ไว้ว่า ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
- โครงการสอน เช่น การวางโครงการสอนแบบหน่วย (Unit Organization of Instruction, Teaching Unit) ประเภทของหน่วยการสอนมี 2 ประเภท คือ หน่วยรายวิชา (Subject Matter Unit) และหน่วยประสบการณ์ (Experience Unit)
 -  หน่วยวิทยาการ (Resource Unit) เป็นแหล่งให้ความรู้แก่ครู เช่น เอกสารคู่มือ และแนวการปฏิบัติต่าง
 องค์ประกอบอื่นๆ ที่ช่วยในการสอน  เช่น สถานที่และเครื่องมือเครื่องใช้  อุปกรณ์การเรียนการสอน  วิธีการสอน และวัดผลการศึกษา  กิจกรรมร่วมหลักสูตร  การแนะแนวและการจัดและบริหารโรงเรียน  เป็นต้น
หลักการที่สำคัญในการนำหลักสูตรไปใช้
                จากเอกสารประชุมของประเทศต่างๆในเอเชีย (APEID. 1977:29) ในการประชุมทบทวนประสบการณ์ต่างๆของประเทศในเอเชีย เรื่องยุทธศาสตร์การนำหลักสูตรไปใช้ สรุปเป็นหลักการที่สำคัญได้ ดังนี้
1.             วางแผนและเตรียมการนำหลักสูตรไปใช้โดยให้คนหลายกลุ่มเข้าร่วมแสวงหาการสนับสนุนจากประชาชนและจัดเตรียมทรัพยากร(มนุษย์และวัสดุ)ให้พร้อม
2.             จัดให้มีหน่วยงานส่งเสริมการนำหลักสูตรไปใช้ให้เป็นไปสะดวกและรวดเร็ว
3.             กำหนดวิถีทางและกระบวนการนำหลักสูตรไปใช้อย่างเป็นขั้นตอน รวมเหตุผลต่างๆที่จะใช้จูงใจครูและติดตามผลการปฏิบัติงาน

วิชัย  วงษ์ใหญ่(2521:140-141) ได้ให้ความเห็นว่า ผู้ที่มีบทบาทในการนำหลักสูตรไปใช้ให้บรรลุจุดหมายมี 3 กลุ่มคือครูใหญ่ ครูประจำชั้น และชุมชน ในจำนวนนี้ครูใหญ่เป็นผู้มีบทบาทมากที่สุดที่จะต้องศึกษาและวางแผนเกี่ยวกับการใช้หลักสูตร โดยมีขั้นตอนสรุปสั้นๆได้ดังนี้
1.เตรียมวางแผนงาน
2.เตรียมจัดอบรม
3.การจัดครูเข้าสอน
4.การจัดตารางสอน
5.การจัดวัสดุประกอบหลักสูตร
6.การประชาสัมพันธ์
7.การจัดสภาพแวดล้อมและการเลือกกิจกรรมเสริมหลักสูตร
8.การจัดโครงการประเมินผล


ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 3

ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 3


3. การพัฒนาหลักสูตรมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง จงยกตัวอย่าง Model อธิบายองค์ประกอบแต่ละ Model และสรุปความเห็นกรณีที่องค์ประกอบในการพัฒนาหลักสูตร หายไปจะเกิดอะไร

ขั้นตอนในการพัฒนาหลักสูตร มีดังต่อไปนี้
o   ขั้นที่ 1 ขั้นเตรียมข้อมูลพื้นฐาน
-  สมาชิกในกลุ่มปรึกษากันในหัวข้อเรื่อง การเลือกกลุ่มสาระการเรียนรู้ในการจัดทำหลักสูตร
-  สมาชิกในกลุ่มเสนอความคิดเห็นในเรื่อง การเลือกโรงเรียนที่จะนำหลักสูตรไปใช้
-  ศึกษาแนวคิดทางด้านปรัชญาการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้ สังคมและวัฒนธรรม  เนื้อหาวิชาการ และ ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อมากำหนดแนวทางและรูปแบบของหลักสูตรที่จะนำไปใช้
o    ขั้นที่ 2 ขั้นจัดทำหลักสูตร
-  กำหนดเป้าหมายของหลักสูตร การกำหนดเป้าหมายของหลักสูตรควรอิงพื้นฐานจาก ปรัชญาการศึกษาจิตวิทยาการเรียนรู้ สังคมและวัฒนธรรม  เนื้อหาวิชาการ และ ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรวมถึงควรให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรนั้นควรตอบสนองต่อความต้องการและธรรมชาติของผู้เรียน ที่สำคัญจุดประสงค์ควรให้ครอบคลุมหลักการ 3R และ 7C
-  จัดเตรียมเนื้อหาและประสบการณ์การเรียนรู้ที่ช่วยเอื้อให้ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่คาดหวังไว้ในจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
-  จัดทำโครงสร้างหลักสูตร เป็นการกำหนดการจัดแผนประสบการณ์หรือการกำหนดแนวทางการจัดการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียน ซึงประกอบด้วยจุดประสงค์ เนื้อหาสาระ กิจกรรมและวิธีวัดและประเมินผลผู้เรียนที่เหมาะสม
-  การกำหนดแนวทางการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป็นการกำหนดวิธีการประเมินผลพร้อมทั้งเครื่องมือที่ใช้ในการวัดและประเมินได้ว่าผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่คาดไว้ในจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
o   ขั้นที่ 3 ขั้นการประสานงาน
-   สมาชิกในกลุ่มดำเนินการประสานงานขออนุญาตนำหลักสูตรไปใช้ที่โรงเรียนต่อ
·       ผู้อำนวยการของโรงเรียนดังกล่าว เพื่อทำความเข้าใจในการนำหลักสูตรไปใช้ และขอความคิดเห็นในการใช้หลักสูตรดังกล่าวว่าเหมาะสมหรือไม่ และ มีข้อควรปรับปรุงอย่างไร
·       รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ เพื่อที่จะชี้แจงว่าจะนำหลักสูตรมาใช้ ในเรื่องใด นักเรียนช่วงชั้นที่ใช้  ข้อคำแนะนำในการนำหลักสูตรไปใช้ ว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่โรงเรียนต้องการหรือไม่พร้อมทั้งสอบถามเรื่องงบประมาณสนับสนุน
·       ครูที่ทำการสอนในเนื้อหารายวิชานั้นๆ เพื่อถามถึงรูปแบบการจัดการเรียนการสอนเบื้องต้น สภาพความเข้าใจของผู้เรียนที่มีต่อเนื้อหามาตั้งแต่เดิม  และขอคำแนะนำในวันและเวลาที่เหมาะสม
·       ฝ่ายโสตทัศนอุปกรณ์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในด้านสถานที่ อุปกรณ์และสื่อต่างๆ
-                   ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับหลักสูตรที่จะนำมาใช้ให้ทางโรงเรียนทราบในประเด็น
·       สาระการเรียนรู้ที่จะนำไปใช้สอนผู้เรียน
·       วัน เวลา ที่จะนำหลักสูตรมาใช้ เป็นต้น
-  การจัดทำและส่งหนังสือขออนุญาต เพื่อนำหลักสูตรไปใช้ในวัน เวลาที่กำหนด
o   ขั้นที่ 4 ขั้นการตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรและปรับแก้ก่อนนำไปใช้
1)ปรึกษาภายในคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตร  เช่น คณะครู  ผู้บริหาร ผู้ปกครอง คนในชุมชน เป็นผู้ให้ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
2)ปรึกษาผู้มีความชำนาญในหลักสูตร โดยอาจจะเป็นผู้ที่มีคุณวุฒิและวัยวุฒิที่สูงกว่าที่มีความเข้าใจและความชำนาญทางด้านหลักสูตรโดยตรง โดยให้ตรวจสอบ ด้านเนื้อหาสาระ  ด้านสื่อการเรียนรู้ ด้านหลักสูตรและการสอน
3)ปรึกษารับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ไขปรับปรุง  
o   ขั้นที่ 5 ขั้นการนำหลักสูตรไปใช้
      นำหลักสูตรที่ตรวจสอบคุณภาพและแก้ไขสมบูรณ์แล้วไปใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้วิธีการต่างๆที่มั่นใจว่ามีการใช้หลักสูตรอย่างเหมาะสม เช่น วางแผนการสอน  จัดการเรียนการสอน ประเมินผลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียนเป็นต้น
o   ขั้นที่ 6 ขั้นการประเมินหลักสูตรและการปรับปรุงแก้ไขหลักสูตร
-  การประเมินหลักสูตรทุกขั้นตอนแล้วนำผลจากการประเมินมาพิจารณาร่วมกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน เพื่อตัดสินผลสัมฤทธิ์ของหลักสูตรและนำผลการประเมินมาปรับปรุงประสิทธิภาพของหลักสูตร
- เป็นการนำผลการประเมินหลักสูตรมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ในกรณีผลการประเมินพบข้อบกพร่องหรือปัญหาอุปสรรค ผู้พัฒนาหลักสูตรจะดำเนินการปรับปรุงหลักสูตรให้ได้อย่างดีที่สุดและมีความเหมาะสมกับผู้เรียน
 ยกตัวอย่าง Model อธิบายองค์ประกอบแต่ละ Model
SU Model
            
SU Model คือ รูปแบบจำลองโลกแห่งการศึกษา โดยประกอบด้วยวงกลม
ซึ่งเปรียบเสมือนโลกที่มีองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญอย่างน้อย 3 ประการ คือ 
1) พื้นฐานทางปรัชญา       2) พื้นฐานทางจิตวิทยา   และ 3) พื้นฐานทางสังคม

โดยมีสามเหลี่ยมแห่งการศึกษาที่มีองค์ประกอบ 3 ด้าน ได้แก่

-ด้านความรู้ กำกับด้วยปรัชญาทางการศึกษา 2 ปรัชญา คือ ปรัชญาสารัตถนิยม (Essentialism) ซึ่งมีแนวคิดในการจัดการเรียนการสอนเพื่อเป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณี และ ปรัชญานิรันดรนิยม (Perenialism) ที่มีแนวคิดในการจัดการเรียนการสอนด้วยเหตุผล เรียนรู้ในสิ่งที่เป็นเนื้อหาสาระที่มั่นคง
-ด้านผู้เรียน กำกับด้วยปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวะนิยม (Existentialism) ซึ่งมีแนวคิดที่ให้บุคคลมีเสรีภาพในการเลือกด้วย ตนเอง มีแนวทางการจัดการศึกษาโดยให้ผู้เรียนได้มีโอกาสเลือกประสบการณ์ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง
- ด้านสังคม จะกำกับด้วยปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยม (Reconstructionism) โดยมีแนวคิดในการจัดการศึกษาให้กับผู้เรียนควรเป็นไปเพื่อการพัฒนาสังคม เนื่องจากสังคมมีปัญหา
ในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาต้องตอบสนองด้านผู้เรียน ด้านสังคมและด้านความรู้ โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานทางการพัฒนาที่สำคัญ คือ พื้นฐานทางสังคม พื้นฐานทางจิตวิทยาและพื้นฐานทางปรัชญาและภายในสามเหลี่ยมการศึกษาจะประกอบด้วยสามเหลี่ยมเล็กๆ4 ภาพ ซึ่งเป็นการจำลองขั้นตอนในการจัดทำหลักสูตรของTyler โดยประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 คือ การวางแผน (Planning) ซึ่งจะเห็นว่ากำกับด้วยความรู้ (Knowledge) และจะสอดคล้องกับคำถามที่หนึ่งของไทเลอร์ คือ มีจุดมุ่งหมายอะไรบ้างในการศึกษาที่โรงเรียนต้องแสวงหา เพราะว่าหลักสูตรต้องวางแผนให้มีเนื้อหาครบคลุมในสิ่งที่ผู้เรียนต้องรู้และต้องเรียน
ขั้นตอนที่ 2 คือ การออกแบบ (Design) ซึ่งจะเห็นว่ากำกับด้วยผู้เรียน (Learner) และจะสอดคล้องกับคำถามที่สองของไทเลอร์ คือ มีประสบการณ์การศึกษาอะไรบ้างที่โรงเรียนควรจัด เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมายในการศึกษา เพราะว่าหลักสูตรต้องออกแบบมา เพื่อให้จัดกิจกรรมหรือประสบการณ์ที่ก่อให้เกิดความรู้แก่นักเรียน
ขั้นตอนที่ 3 คือ การจัดการหลักสูตร (Organize) ซึ่งจะเห็นว่ากำกับด้วยผู้เรียน (Learner), ความรู้ (Knowledge) และสังคม (Society) และจะสอดคล้องกับคำถามที่สามของไทเลอร์ คือจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ เพราะว่าการจัดการหลักสูตรให้ได้ประสิทธิภาพ คือ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีประสิทธิ เพื่อให้นักเรียนเกิดความรู้และบรรลุวัตถุประสงค์พร้อมกับสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการอยู่ในสังคม
ขั้นตอนที่ 4 คือ การประเมิน (Evaluate) ซึ่งจะเห็นว่ากำกับด้วยสังคม (Society) และจะสอดคล้องกับคำถามที่สี่ของไทเลอร์ คือ ประเมินประสิทธิ์ผลของประสบการณ์ในการเรียนอย่างไร เพราะว่าการประเมินผลการเรียน ความรู้และการจัดการเรียนการสอนจะทำให้นักเรียนได้ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในสังคม
o       สรุปความเห็นกรณีที่องค์ประกอบในการพัฒนาหลักสูตร หายไปจะเกิดอะไร
หากในการพัฒนาหลักสูตรนั้นไม่ได้ดำเนินไปตามองค์ประกอบของการพัฒนาหลักสูตร หรือมีองค์ประกอบใดหายไปแล้วนั้น หลักสูตรที่เราพัฒนาขึ้นมาก็จะไม่มีความสมบูรณ์ กล่าวคือ หลักสูตรจะไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง

ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 2

ข้อสอบกลางภาค ปีการศึกษา 2556 ข้อที่ 2


2. ในการพัฒนาหลักสูตรต้องอาศัยพื้นฐานการพัฒนาด้านใดบ้าง อย่างไร นักศึกษาเห็นว่าเนื้อหาสาระใดมีความสำคัญอย่างยิ่ง จงนำเสนอแนวคิดถึงความสำคัญ

การพัฒนาหลักสูตรนั้นมีพื้นฐานที่จำเป็นในการพัฒนาหลักสูตรอยู่ 5 ด้านคือ
1)            ข้อมูลพื้นฐานด้านปรัชญาการศึกษา
2)            ข้อมูลพื้นฐานทางด้านจิตวิทยา
3)            ข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมของผู้เรียน
4)            ข้อมูลพื้นฐานทางด้านวิชาการ
5)            ข้อมูลพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

1)  ข้อมูลพื้นฐานด้านปรัชญาการศึกษา
ปรัชญากับการศึกษามีความสัมพันธ์กันคือ ปรัชญามุ่งศึกษาชีวิตและจักรวาลเพื่อหาความจริงอันเป็นที่สุด ส่วนการศึกษามุ่งศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับมนุษย์และวิธีการที่พัฒนามนุษย์ให้มีความเจริญงอกงาม สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุขประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพ  ทั้งปรัชญาและการศึกษามีจุดสนใจร่วมอยู่อย่างหนึ่งคือ การจัดการศึกษาต้องอาศัยปรัชญาในการกำหนดจุดมุ่งหมายและหาคำตอบทางการศึกษา
ปรัชญาการศึกษา คือ แนวความคิด หลักการ และกฎเกณฑ์ ในการกำหนดแนวทางในการจัดการศึกษา ซึ่งนักการศึกษาได้ยึดเป็นหลักในการดำเนินการทางการศึกษาเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย นอกจากนี้ปรัชญาการศึกษายังพยายามทำการวิเคราะห์และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการศึกษา ทำให้สามารถมองเห็นปัญหาของการศึกษาได้อย่างชัดเจน ปรัชญาการศึกษาจึงเปรียบเหมือนเข็มทิศนำทางให้นักการศึกษาดำเนินการทางศึกษาอย่างเป็นระบบ ชัดเจน และสมเหตุสมผล

 สามเหลี่ยมแห่งการศึกษา
โลกแห่งการศึกษาประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ K = ด้านความรู้ (Knowledge), L = ด้านผู้เรียน (Learner), S =  ด้านสังคม (Social) โดยในแต่ละด้านหลักจะกำกับด้วยปรัชญาที่ใช้เป็นหลักยึดในการจัดการศึกษาต่างๆ ดังนี้
ด้านความรู้ (K)
·       ปรัชญาการศึกษาสารัตถนิยม (Essentialism) มีความเชื่อว่า การศึกษาควรมุ่งพัฒนาความสามารถที่มนุษย์มีอยู่แล้ว การศึกษาควรมุ่งที่จะถ่ายทอดความรู้ที่สั่งสมกันมา ความเชื่อความศรัทธาต่างๆ ที่ยึดถือกันเป็นอมตะ อบรมมนุษย์ให้มีความคิดเห็น และความเป็นอยู่สมถะของการเป็นมนุษย์ หลักสูตรจะยึดเนื้อหาวิชาเป็นสำคัญ เนื้อหาที่เป็นวิชาพื้นฐาน ได้แก่ ภาษา วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และเนื้อหาที่เกี่ยวกับศิลปะ ค่านิยม และวัฒนธรรม
·       ปรัชญาการศึกษานิรันดรนิยม (Perenialism) มีความเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดของธรรมชาติมนุษย์คือ ความสามารถในการใช้เหตุผล ซึ่งความสามารถในการใช้เหตุผลนี้จะควบคุมอำนาจฝ่ายต่ำของมนุษย์ได้ เพื่อให้มนุษย์บรรลุจุดมุ่งหมายในชีวิตที่ปรารถนา ดังที่ โรเบิร์ต เอ็มฮัทชินส์ กล่าวว่า การปรับปรุงมนุษย์ หมายถึงการพัฒนาพลังงานเหตุผล ศีลธรรมและจิตใจอย่างเต็มที่ มนุษย์ทุกคนล้วนมีพลังเหล่านี้ และมนุษย์ควรพัฒนาพลังที่มีอยู่ให้ดีที่สุด การศึกษาในแนวปรัชญาการศึกษานิรันตรนิยม คือ การจัดประสบการณ์ให้ได้มาซึ่งความรู้ ความคิดที่เป็นสัจธรรม มีคุณธรรม และมีเหตุผล หลักสูตรที่เน้นวิชาทางศิลปศาสตร์ (Liberal arts) ซึ่งมีอยู่ 2 กลุ่มคือ กลุ่มศิลปะทางภาษา (Liberacy arts) ประกอบด้วยไวยากรณ์ วาทศิลป์และตรรกศาสตร์ ซึ่งเป็นเรื่องของการอ่าน การฟัง การพูด การเขียน และการใช้เหตุผล อีกกลุ่มหนึ่งคือ ศิลปะการคำนวณ (Mathematical arts) ประกอบด้วยเลขคณิต วิทยาศาสตร์ ปรัชญา ดาราศาสตร์ และดนตรี นอกจากนี้ยังให้ผู้เรียนรู้ผลงาน อันมีค่าของผู้มีอัจฉริยะในอดีตเพื่อคงความรู้เอาไว้ เช่น ผลงานอมตะทางด้านศิลปะ วรรณกรรม ดนตรีรวมทั้งผลงานทางด้านวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ ในปัจจุบันได้แก่หลักสูตรของวิชา พื้นฐานทั่วไป (General education) ในระดับอุดมศึกษา

   ด้านผู้เรียน (L)
·       ปรัชญาการศึกษาอัตถิภาวะนิยม (Existentialism) มีแนวคิดว่า การศึกษาคือชีวิต มิใช่เป็นการเตรียมตัวเพื่อชีวิต หมายความว่า การที่จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขจะต้องอาศัยการเข้าใจความหมายของประสบการณ์นิยม ฉะนั้นผู้เรียนจึงควรจะได้เรียนรู้ในสิ่งที่เหมาะแก่วัยของเขาและสิ่งที่จัดให้ผู้เรียนเรียนควรจะเป็นไปในทางที่ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่ผู้เรียนสามารถเข้าใจปัญหาชีวิตและสังคมในปัจจุบัน และหาทางปรับตัวให้เข้ากับภาวะที่เป็นจริงในปัจจุบัน ปรัชญานี้ต้องการให้ผู้เรียนเรียนจากประสบการณ์ในชีวิตจริง เป็นประสบการณ์ที่สัมพันธ์กับสังคม หลักสูตรจึงครอบคลุมชีวิตประจำวันทุกรูปแบบที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้เข้าร่วมในประสบการณ์การเรียนรู้ทุกรูปแบบ หลักสูตรจะเน้นวิชาที่เสริมสร้างประสบการณ์ทางสังคม ตลอดจนชีวิตประจำวัน เนื้อหา ได้แก่ สังคมศึกษา วิชาทางภาษา วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่ความสำคัญของการศึกษา พิจารณาในแง่ของวิธีการที่นำมาใช้ คือ กระบวนการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหาในบทเรียน และนำเอากระบวนการแก้ปัญหาไปใช้ในชีวิตประจำวัน

          ด้านสังคม (S)
·       ปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยม (Reconstructionism) ปรัชญาการศึกษาปฏิรูปนิยมมีแนวความคิดว่า ผู้เรียนมิได้เรียนเพื่อมุ่งพัฒนาตนเองเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเรียนเพื่อนำความรู้ไปพัฒนาสังคมให้สังคมเป็นสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง เพราะว่าสังคมขณะนั้นมีปัญหาต่างๆ มากมาย ทั้งปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และการเมือง การศึกษาจึงมีบทบาทในการเป็นเครื่องมือสร้างสังคมและวัฒนธรรมที่ดีงามขึ้นมาใหม่ เป็นสังคมในอุดมคติ ที่มีความเพียบพร้อม และจะต้องทำอย่างรีบด่วน เนื้อหาวิชาที่นำมาบรรจุไว้ในหลักสูตร จะเกี่ยวกับปัญหาและสภาพของสังคมเป็นส่วนใหญ่จะเน้นวิชาสังคมศึกษาเช่น กระบวนการทางสังคมการดำรงชีวิตในสังคม สภาพเศรษฐกิจและการเมือง วิทยาศาสตร์ในชีวิตประจำวัน ศิลปะในชีวิตประจำวัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้มีความเข้าใจในกลไกของสังคม และสามารถหาแนวทางในการสร้างสังคมขึ้นมาใหม่


5)   ข้อมูลพื้นฐานทางด้านจิตวิทยา
ในการจัดทำหลักสูตรนั้น นักพัฒนาหลักสูตรต้องคำนึงอยู่เสมอว่าต้องพยายามจัดหลักสูตรให้สนองความต้องการและความสนใจของผู้เรียนอย่างแท้จริง ด้วยการศึกษาข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับตัวผู้เรียนว่าผู้เรียนเป็นใคร มีความต้องการและความสนใจอะไร มีพฤติกรรมอย่างไรซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับจิตวิทยาทั้งสิ้น ดังนั้นข้อมูลพื้นฐานทางด้านจิตวิทยาจึงเป็นส่วนสำคัญที่นักพัฒนาหลักสูตรจะละเลยมิได้ในการนำมาวางรากฐานหลักสูตร เช่น การกำหนดจุดมุ่งหมายหลักสูตร การกำหนดเนื้อหาวิชา และการจัดการเรียนการรู้เพื่อให้ได้หลักสูตรที่เหมาะสมที่สุด จิตวิทยาการเรียนรู้จะบอกถึงธรรมชาติของการเรียนรู้ 
การเกิดการเรียนรู้และปัจจัยทางจิตวิทยาที่ส่งเสริมการเรียนรู้สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวคิดของนักจิตวิทยาที่เกี่ยวกับทฤษฎีการเรียนรู้มี  กลุ่มใหญ่ๆด้วยกัน ได้แก่
                1) ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม Behaviorism  
 2)ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม Cognitivism 
3) ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม Humanism 
4) ทฤษฎีการเรียนรู้กลุ่ม Constructivism 

3)  ข้อมูลพื้นฐานทางด้านสังคมของผู้เรียน
หลักสูตรเป็นองค์ประกอบอันสำคัญยิ่งอย่างหนึ่งของการจัดการศึกษาการจัดการศึกษาประเภทใดและระดับใดก็ดีจะขาดหลักสูตรไม่ได้เพราะหลักสูตรจะเป็นโครงร่างกำหนดไว้ว่าจะให้เด็กได้รับประสบการณ์อะไรบ้างจึงจะเป็นประโยชน์ต่อเด็กและสังคม หลักสูตรเป็นแนวทางที่จะสร้างความเจริญเติบโตให้แก่ผู้เรียน นอกจากนี้หลักสูตรยังเป็นเครื่องชี้ให้เห็นโฉมหน้าของสังคมในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไรข้อมูลสำคัญที่ควรศึกษาวิเคราะห์เพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาหลักสูตรคือข้อมูลที่เกี่ยวกับสภาพทั่วไปของโรงเรียน เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนครูในโรงเรียน จำนวนอาคารสถานที่และห้องเรียน จำนวนอุปกรณ์และสื่อต่างๆ ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณ  ความต้องการของครู ปัญหาที่เกิดจากการใช้หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการพิจารณาว่าโรงเรียนมีความพร้อมหรือไม่ ระดับไหนอย่างไร    เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการตัดสินใจว่าจะมีแนวปฏิบัติในการจัดทำหลักสูตรหรือพัฒนาหลักสูตรอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับศักยภาพของโรงเรียนมากที่สุด
นอกจากข้อมูลเกี่ยวกับชุมชนและสภาพสังคมที่โรงเรียนตั้งอยู่ก็เป็นข้อมูลที่ผู้จัดทำหลักสูตรหรือผู้พัฒนาหลักสูตรจะต้องศึกษาเช่น สภาพแวดล้อม สภาพภูมิศาสตร์ ที่ตั้งหรือสังคมโดยทั่วไปของผู้ใช้หลักสูตรหรือโรงเรียนนั้นเป็นอย่างไร  การสนับสนุนหรือความร่วมมือของชุมชน สังคมที่มีต่อโรงเรียนเป็นอย่างไร ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการจัดทำหลักสูตร เช่น การกำหนดวิชาเรียนต่างๆเพราะบางรายวิชาสภาพชุมชนและสังคมไม่สามารถเอื้ออำนวยหรือส่งเสริมเท่าที่ควรการศึกษาก็ไม่บรรลุผล เพราะฉะนั้นการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียน ชุมชนและสังคมที่โรงเรียนต่างๆสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งข้อมูลต่างๆเหล่านี้สามารถค้นคว้าและหาข้อมูลได้จากเอกสารรายงานต่างๆ
การสำรวจ  สอบถามและการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องซึ่งการศึกษาข้อมูลดังกล่าวจำเป็นสำหรับการพัฒนาหลักสูตรทั้งระดับธรรมดาและระดับชาติเพื่อให้ได้หลักสูตรที่ทุกโรงเรียนสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4) ข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
                 ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทำให้สังคมเปลี่ยนแปลงไป ผู้เรียนเกิดความจำเป็นต้องเพิ่มความรู้ใหม่ ทักษะใหม่ และต้องเปลี่ยนแปลงเจตคติใหม่ทำให้เกิดความจำเป็นต้องเพิ่มความรู้ใหม่เพื่อให้คนในสังคมสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ โดยการใช้การศึกษาทำหน้าที่สร้างประชาชนที่มีคุณภาพและมีความสามารถปรับตัวเข้ากับการความเจริญทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม หลักสูตรที่นำมาใช้จำเป็นต้องมีความสอดคล้องกับความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ความเจริญทางด้านนี้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องเนื้อหาของหลักสูตรและการเรียนการสอน เช่น อุปกรณ์การสอนใหม่ๆ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ เครื่องบันทึกเสียง วีดิทัศน์  ไมโครฟิล์ม โพรเจกเตอร์ วิธีการสอนใหม่ซึ่งใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วย เช่น วิทยุการศึกษา โทรทัศน์การศึกษา การศึกษาทางไกล การสอนแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
                วัสดุอุปกรณ์ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ และวิธีการสอนที่อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหล่านี้ สามารถช่วยให้การจัดการศึกษามีประสิทธิภาพสูงกว่าการสอนในอดีต ผู้พัฒนาหลักสูตรควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความก้าวหน้าในเรื่องดังกล่าวแล้วนำมาพัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมด้วย

5) ข้อมูลพื้นฐานวิชาการ 
                 การพัฒนาหลักสูตรนั้นต้องคำนึงถึงเกณฑ์ในการพิจารณาการเลือกเนื้อหาสาระลงในรายวิชาว่ามีปรัชญาของหลักสูตรเน้นในเรื่องใด เช่น การเน้นทางด้านเนื้อหา หรือกระบวนการแสวงหาความรู้ ความคิดรวบยอดหลักๆที่จะเป็นแนวทางไปสู่การพัฒนาความคิด ค่านิยมของผู้เรียนที่เหมาะกับวุฒิภาวะ ธรรมชาติการเรียนรู้ของผู้เรียนและสามารถเชื่อมโยงสัมพันธ์กับรายวิชาอื่นๆได้อย่างไร นักพัฒนาหลักสูตรนั้นจำเป็นต้องกำหนดเกณฑ์ที่ชัดเจน รวมทั้งข้อมูลที่เพียงพอสำหรับการปรับความคิดที่หลากหลายภายในคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรให้มีเอกภาพ เพื่อสรุปและประมวลสาระของรายวิชามาลงไว้ในหลักสูตรโดยสอดคล้องกับธรรมชาติและวัฒนธรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน

สำหรับความสำคัญของพื้นฐานในแต่ละด้านนั้น ข้าพเจ้าคิดว่ามีความสำคัญเท่ากันหมด เพราะในการพัฒนาหลักสูตรนั้นคณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรจำเป็นจะต้องนำพื้นฐานทุกด้านมาพิจารณาในการวางแผนต่อไป ซึ่งจะขาดพื้นฐานด้านใดด้านหนึ่งไปไม่ได้ เนื่องจากจะทำให้หลักสูตรที่พัฒนานั้นขาดประสิทธิภาพได้